การดำเนินกิจกรรมเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยเน้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมระหว่างคณะทำงาน ชุมชน โรงเรียน และผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
1.การบรรยายให้ความรู้เรื่องป่าชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของป่าชุมชน บทบาทของพื้นที่สีเขียวต่อชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และแนวทางการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่
2.การให้ความรู้เรื่องการลดการปล่อยคาร์บอน
มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุและผลกระทบของการปล่อยคาร์บอน ตลอดจนแนวทางที่ชุมชนสามารถดำเนินการได้ เช่น การปลูกต้นไม้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การดูแลป่าชุมชน และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
3.การฝึกปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่สีเขียว
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันวางแผนและดำเนินการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในชุมชน โดยใช้พันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ และเน้นการดูแลรักษากล้าไม้ให้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
4.การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างประชาชน ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการป่าชุมชนร่วมกัน รวมถึงการแบ่งบทบาทหน้าที่ในการดูแลพื้นที่สีเขียว
5.การสรุปบทเรียนและวางแนวทางต่อยอด
หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม มีการสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการพัฒนาป่าชุมชนในระยะต่อไป
ปัญหาและอุปสรรค
การพัฒนาป่าชุมชนให้เกิดผลอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น ชุมชน โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ
ควรมีการติดตามผลหลังการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินการเพิ่มขึ้นของพื้นที่สีเขียวและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชน
แผนการดำเนินงานต่อไป
เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีข้อเสนอแนะดังนี้
1.ควรจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนเพื่อบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
2.ควรกำหนดแผนการดูแลรักษากล้าไม้หลังการปลูก เช่น การให้น้ำ การกำจัดวัชพืช และการติดตามอัตราการรอดของต้นไม้
3.ควรผลักดันให้ชุมชนขึ้นทะเบียนป่าชุมชนกับกรมป่าไม้ เพื่อรับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ งบประมาณ และทรัพยากรในระยะยาว
