1.เกิดนวัตกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงชุมชนมีนวัตกรรมทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่พัฒนาจากทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถนำไปใช้ในการอนุรักษ์ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
2.ประชาชน ผู้นำชุมชน และเยาวชนมีศักยภาพเพิ่มขึ้นในการสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ดีต่อการใช้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานในการพัฒนาชุมชน เกิดกลุ่มแกนนำและเครือข่ายคนในชุมชนที่สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง
3. ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ
เกิดฐานข้อมูล องค์ความรู้ และสื่อการเรียนรู้ที่สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและสถานศึกษา ลดความเสี่ยงต่อการสูญหายขององค์ความรู้ดั้งเดิม และสร้างการเรียนรู้ข้ามรุ่นในชุมชน
4. คุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของชุมชนตำบลสลักไดเพิ่มสูงขึ้น ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น มีโอกาสในการสร้างรายได้หรือกิจกรรมสร้างสรรค์จากทุนวัฒนธรรม เกิดความร่วมมือและความสามัคคีในชุมชน อันนำไปสู่ความมั่นคงทางสังคมและวัฒนธรรมในระยะกลาง
5. เกิดรูปแบบความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลสลักได และภาคีเครือข่าย มีรูปแบบการทำงานร่วมกันที่ชัดเจน ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน ไปจนถึงการประเมินผล สามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
6. เกิดองค์ความรู้และบทเรียนการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่สามารถขยายผลได้มีเอกสารสรุปบทเรียน แนวทาง และโมเดลการดำเนินงานที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดหรือขยายผลสู่พื้นที่อื่นในจังหวัดสุรินทร์หรือพื้นที่ใกล้เคียง สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเชิงพื้นที่และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
ผลลัพธ์ที่ได้ มีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการวิจัยของไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป เกิดการสร้างเครือข่ายทางวิซาการระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย บุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ กับนักวิชาการและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ
แผนการดำเนินงานต่อไป
จากการวิเคราะห์ข้อมูลโครงการและผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่ พบว่าโครงการสามารถสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และยกระดับการเผยแพร่ทุนวัฒนธรรมสู่สาธารณะได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังมีประเด็นที่ควรต่อยอดเพื่อให้เกิดความยั่งยืนเชิงพื้นที่อย่างแท้จริง ได้แก่ การจัดการองค์ความรู้ การสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาคนรุ่นใหม่ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกวัฒนธรรม
แนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาต่อยอด
1. แก้ปัญหาการสูญหายขององค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ปัจจุบันองค์ความรู้จำนวนมากยังคงอยู่ในตัวบุคคล โดยเฉพาะปราชญ์ชาวบ้านและผู้สูงอายุ หากไม่มีการบันทึกและถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ อาจสูญหายไปพร้อมกับเจ้าขององค์ความรู้
แนวทางแก้ไข
* จัดทำฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลสลักไดในรูปแบบดิจิทัล
* บันทึกข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน โบราณสถาน ประเพณี ศิลปหัตถกรรม และภูมิปัญญาช่างพื้นบ้าน
* จัดทำ E-book และคลังข้อมูลออนไลน์ของชุมชน
* พัฒนาระบบ QR Code เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
2. แก้ปัญหาการขาดผู้สืบทอดภูมิปัญญา
หลายกิจกรรมทางวัฒนธรรมกำลังเผชิญปัญหาคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจลดลง
แนวทางแก้ไข
* จัดตั้ง "โรงเรียนภูมิปัญญาท้องถิ่นสลักได"
* พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นร่วมกับโรงเรียน
* สร้างเยาวชนต้นแบบด้านศิลปวัฒนธรรม
* ส่งเสริมกิจกรรมครูภูมิปัญญาถ่ายทอดสู่เยาวชน
3. แก้ปัญหาการสร้างรายได้จากทุนวัฒนธรรมยังไม่ต่อเนื่อง
กิจกรรมส่วนใหญ่ยังอยู่ในลักษณะการจัดงานเป็นครั้งคราว
แนวทางแก้ไข
* พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจากอัตลักษณ์สลักได
* สร้างตราสินค้า (Branding) ของตำบล
* พัฒนาของที่ระลึกจากเรื่องราวเมืองโบราณคูดินคันน้ำ บ้านโบราณ ยุ้งข้าวโบราณ และมรดกวัฒนธรรมชุมชน
* เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์กับตลาดออนไลน์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
4. แก้ปัญหาการขาดเครือข่ายสนับสนุนระยะยาว
แม้จะมีภาคีเครือข่ายจำนวนมาก แต่ยังขาดกลไกการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
แนวทางแก้ไข
* จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมตำบลสลักได
* พัฒนาศูนย์ประสานงานวัฒนธรรมชุมชน
* สร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานวัฒนธรรม
* พัฒนาเครือข่ายนักวิจัยชุมชน
แผนงานต่อไป (Roadmap ระยะ 3 ปี)
ระยะที่ 1 : จัดระบบข้อมูลและสร้างฐานความรู้ (ปีที่ 1)
จกรรมสำคัญ
1. สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลทุนวัฒนธรรมตำบลสลักได
2. ถอดบทเรียนภูมิปัญญาชุมชน
3. จัดทำคลังข้อมูลดิจิทัล
4. พัฒนาแผนที่วัฒนธรรม (Cultural Mapping)
ผลลัพธ์
* ฐานข้อมูลภูมิปัญญาไม่น้อยกว่า 50 รายการ
* แหล่งเรียนรู้ชุมชนอย่างน้อย 10 แห่ง
* คลังข้อมูลดิจิทัล 1 ระบบ
ระยะที่ 2 : พัฒนานวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่ม (ปีที่ 2)
กิจกรรมสำคัญ
1. พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ
2. พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
3. จัดตั้งศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมสลักได
4. สร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ผลลัพธ์
* นวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างน้อย 5 ผลิตภัณฑ์
* นวัตกรรมกระบวนการอย่างน้อย 3 รูปแบบ
* เยาวชนสืบสานวัฒนธรรมไม่น้อยกว่า 100 คน
ระยะที่ 3 : ขยายผลสู่ความยั่งยืน (ปีที่ 3)
กิจกรรมสำคัญ
1. จัดเทศกาลวัฒนธรรมสลักไดประจำปี
2. พัฒนาศูนย์ข้อมูลดิจิทัลเชื่อมโยงการท่องเที่ยว
3. ขยายเครือข่ายความร่วมมือระดับจังหวัดและนานาชาติ
4. ประเมินผลกระทบทางสังคม (SROI)
ผลลัพธ์
* เครือข่ายความร่วมมือไม่น้อยกว่า 15 เครือข่าย
* รายได้จากกิจกรรมวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
* เกิดต้นแบบการจัดการทุนวัฒนธรรมชุมชนที่สามารถขยายผลได้
ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์
โครงการควรพัฒนาจาก **"การอนุรักษ์วัฒนธรรม"** ไปสู่ **"การบริหารจัดการทุนวัฒนธรรมเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน"** โดยใช้แนวคิด **Cultural Heritage-Based Development** และ **Creative Economy** เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงมรดกวัฒนธรรมของตำบลสลักได เช่น เมืองโบราณคูดินคันน้ำ บ้านโบราณ ยุ้งข้าวโบราณ ประเพณีท้องถิ่น ศิลปะการแสดง และภูมิปัญญาช่างพื้นบ้าน ให้กลายเป็นฐานการเรียนรู้ การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้ของชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว.
