กลับไปหน้ารายการบทความ
๒. กิจกรรมการ พัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน ด้วยการอบรมเชิง ปฏิบัติการ (แยกขยะ, การทำบัญชีครัวเรือน , การทำถังหมักปุ๋ย อินทรีย์จากเศษ อาหาร)
กิจกรรม

๒. กิจกรรมการ พัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน ด้วยการอบรมเชิง ปฏิบัติการ (แยกขยะ, การทำบัญชีครัวเรือน , การทำถังหมักปุ๋ย อินทรีย์จากเศษ อาหาร)

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
10 เมษายน 2569
14 ครั้ง

การอบรมบัญชีครัวเรือน โดย อาจารย์ ภัทรพร สระศรี การจัดทํารายงานหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นเรื่องการส่งเสริมการจดบัญชีรายรับรายจ่ายและ สร้างการออมสำหร...

การอบรมบัญชีครัวเรือน โดย อาจารย์ ภัทรพร สระศรี

การจัดทํารายงานหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นเรื่องการส่งเสริมการจดบัญชีรายรับรายจ่ายและ

สร้างการออมสำหรับครัวเรือน จัดทําขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำบัญชีรายรับรายเบื้องต้นให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยการจัดทำบัญชีรายรายจ่ายทำให้ทราบว่าในแต่ละวันมีรายรับ รายจ่าย และเงินคงเหลือเท่าไรส่งผลให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาการใช้จ่ายไม่พอในอนาคต สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง โดยการวางแผนการใช้จ่าย ท้ายที่สุดจะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินและเกิดการออมได้อย่างยั่งยืนประโยชน์ของการจัดทำบัญชีครัวเรือน ดังนี้

1. จัดทำได้ง่าย ทุกคนสามารถทำได้ ผู้ที่มีความแตกต่างกันในด้านอายุ ระดับการศึกษา รายได้ และขนาดของครอบครัวก็สามารถเรียนรู้และเข้าใจการทำบัญชีครัวเรือนได้ไม่แตกต่างกัน

2. ทราบค่าใช้จ่าย เพราะการจดบันทึกรายจ่ายทำให้ทราบว่ารายจ่ายมาจากส่วนไหนมากที่สุด ทำให้บริหารค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น

3. รู้จักประหยัด ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง

4. มีเงินออมมากขึ้น โดยกำหนดวิธีเก็บเงิน และวิธีการลงทุน เพื่อเป็นเครื่องมือใช้ในการวางแผนการเงิน

5. ทราบสถานะทางการเงินในปัจจุบัน ว่ามีรายรับมากกว่าหรือน้อยกว่ารายจ่าย หากมีรายรับมากกว่ารายจ่าย เรียกว่า สภาพคล่องเป็นบวกแต่หากมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ เรียกว่า สภาพคล่องเป็นลบ มีโอกาสในการก่อหนี้สูง

กิจกรรม การออกแบบลายจักสาน โดย อาจารย์ เกศราภรณ์ สุพรรณฝ่าย

เครื่องจักสานไม้ไผ่นับได้ว่ามีความจำเป็นและเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันของคนในสังคมไทยมาก เพราะเครื่องจักสานไม้ไผ่สามารถนำไปใช้อำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพ ใช้สอย ด้านอุปโภคบริโภค หรืออาจใช้ตอบสนองความต้องการด้านจิตใจและความเชื่อถือ ด้วยเหตุนี้กรรมวิธีในการผลิตและการนำเครื่องจักสานไปใช้ประโยชน์ จึงมักได้รับการถ่ายทอดโดยการบอกเล่าจากบรรพบุรุษและการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องกันจนกลายเป็นมรดกแห่งสังคม จะเห็นได้ว่าเครื่องจักสานไม้ไผ่แต่ละประเภทหลังจากที่ทดลองใช้สอยและนำกลับมาดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขแล้ว จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้สอย ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จะกำหนดการเลือกใช้วัสดุลายสาน และรูปทรง ตามลำดับ โดยมีเงื่อนไขว่าควรจะสอดคล้องกับสภาพการดำรงชีวิตของคนในสังคมแต่ละท้องถิ่นด้วย ซึ่งจะมีความเป็นเอกลักษณ์ของตนเกี่ยวกับลายสาน รูปทรง และการเลือกใช้วัสดุที่ได้ จากธรรมชาติตามท้องถิ่นนั้น เช่น กก หวาย ใบลาน กระจุด เตย ย่านลิเพา ใบมะพร้าวและไม้ไผ่

เครื่องจักสานพื้นบ้านของไทยส่วนมากจะใช้ไม้ไผ่เป็นวัตถุดิบที่สำคัญ เพราะไม้ไผ่เป็นพืชเขตร้อนที่หาได้ง่าย มีลักษณะผิวแข็ง เหนียว สามารถดัดโค้ง ยืดหยุ่นหรือคืนตัวได้ดี จากคุณสมบัติดังกล่าวจึงมีการนำไม้ไผ่มาผลิตเป็นเครื่องจักสานกันอย่างแพร่หลาย โดยการนำมาจักเป็นเส้นบาง ๆ ให้มีขนาดต่าง ๆ กัน สำหรับใช้ในการสาน ซึ่งขนาดและชนิดของเส้นตอกสามารถแบ่งตามความเหมาะสมของการนำไปใช้สานได้ 4 ชนิด ดังนี้

1. ตอกปืน หมายถึงตอกที่ถูกจักทางแบน มีขนาดใหญ่ จักตามแนวไม้ไผ่ แบนขนานไปกับหลังผิวไม้

2. ตอกผิว หมายถึงตอกที่ถูกจักทางแบนเหลือเฉพาะผิวไม้ไผ่

3. ตอกตะแคง หมายถึงตอกที่ถูกจักทางแบนทำมุมฉากกับผิวไม้ไผ่ซึ่งเป็นส่วนเส้นตอก

4. ตอกกลม หมายถึงตอกที่จักและเหลา มีลักษณะเป็นเส้นกลม

การทำเครื่องจักสานไม้ไผ่ชาวอีสานถือว่าเป็นงานช่างของผู้ชายหรือเป็นหน้าที่หลักที่ผู้ชายต้องทำ โดยเฉพาะผู้ที่ย่างเข้าสู่วัยหนุ่มจะต้องฝึกหัดให้เกิดความชำนาญจนสามารถนำผลผลิตไปใช้สอยในชีวิตประจำวันได้จึงจะได้รับการยกย่องในสังคม ถ้าละเลยหน้าที่หรือขาดทักษะในการจักสานก็จะได้รับการตำหนิจากสังคม เครื่องจักสานไม้ไผ่ของภาคอีสานในปัจจุบันยังเป็นที่นิยมแพร่หลายและมีความสำคัญต่อประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรูปแบบเครื่องจักสานแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ย่างต่อเนื่องและมีระบบด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้เครื่องจักสานไม้ไผ่ยังเป็นที่นิยมใช้ออย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน และจากการ ที่เครื่องจักสานไม้ไผ่แต่ละประเภทมีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ใช้สอยและตอบสนองความต้องการทางด้านจิตใจแตกต่างกันออกไป และการจะทำเครื่องจักสานไม้ไผ่ให้ใช้ประโยชน์ได้ตามที่ต้องการนั้น ลายสานนับได้ว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้เครื่องจักสานไม้ไผ่ตอบสนองความต้องการได้ดีที่สุด เพราะลายสานแต่ละชนิดในเครื่องจักสานแต่ละประเภทจะให้ประโยชน์และมีคุณลักษณะที่เหมาะสมสอดคล้องต่อการนำไปใช้แตกต่างกันออกไป ดังนั้นลายสานในเครื่องจักสานไม้ไผ่จึงสามารถสะท้อนให้เห็นถึงการดำรงชีวิตของคนในสังคม ประเพณี ความเชื่อ คตินิยม ซึ่งสัญลักษณ์และรูปแบบเหล่านั้นจะปรากฏอยู่ในลักษณะที่ชัดเจนหรืออาจจะแอบแฝงอยู่ในตัววัตถุ

การศึกษาลายสานในเครื่องจักสานไม้ไผ่ก่อให้เกิดความเข้าใจจุดประสงค์ในการสร้างและ การรู้จักนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในลักษณะของการผลิตแบบพึ่งตนเอง และเนื่องจากในยุคปัจจุบันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและวัฒนธรรมทำให้วิถีชีวิตของชาวอีสานส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย วัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวอีสาน เช่น เครื่องจักสานไม้ไผ่จึงมีบทบาทน้อยลง เพราะมีการนำวัสดุซึ่งหาซื้อง่าย ราคาถูกมาใช้แทน เช่น นำเชือกไนลอนมาใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเครื่องจักสานแทนหวาย หรือการใช้ภาชนะพลาสติกแทนเครื่องจักสานบางประเภท ทำให้ทักษะการจักสานไม้ไผ่มีแนวโน้มจะสูญหายไป ดังนั้นจึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาลายสานไม้ไผ่อย่างละเอียดเพื่อทำนุบำรุง และอนุรักษ์ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป

การทำปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุเหลือใช้ โดย นายวศิน โต๊ะสิงห์

เปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยด้วยการทำปุ๋ยหมักง่ายๆ ที่บ้านหลายคนอาจไม่รู้ว่าเศษอาหารและขยะอินทรีย์ที่เราทิ้งทุกวัน สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักที่มีประโยชน์ต่อพืชและดินได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยเคมีอีกต่อไป การทำปุ๋ยหมักไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะในบ้านเรา แต่ยังเป็นการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วยครับ

วัสดุที่ใช้ทำปุ๋ยหมักมีดังนี้

1. เศษอาหาร เช่น เปลือกผลไม้ เศษผัก เหลือทิ้งจากการทำอาหาร

2. เศษใบไม้ เช่น ใบไม้แห้ง กิ่งไม้เล็กๆ หรือต้นหญ้าแห้ง

3. เศษกระดาษหรือกระดาษชำระที่ย่อยสลายได้ จะช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสให้กับปุ๋ย

4. ปุ๋ยคอก จะช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ในการย่อยสลายขยะอินทรีย์

.

วิธีการทำปุ๋ยหมักจากขยะเหลือใช้มีขั้นตอนดังนี้

1. เตรียมถังหมักหรือภาชนะที่มีรูระบายอากาศ เช่น ถังพลาสติกหรือถังเก่าๆ

2. ใส่เศษอาหารสลับกับเศษใบไม้และปุ๋ยคอก ลงในถังหมักเป็นชั้นๆ โดยเริ่มต้นจากเศษใบไม้ก่อน

3. รดน้ำให้ชื้น (แต่อย่าแฉะเกินไป) เพื่อช่วยให้เกิดกระบวนการย่อยสลาย

4. คนกองปุ๋ยหมักเป็นระยะๆ ทุกสัปดาห์ เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีขึ้น

5. รอประมาณ 2-3 เดือน ปุ๋ยหมักจะย่อยสลายจนเป็นเนื้อดินสีเข้ม ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีความร้อน และไม่มีเศษอาหารหลงเหลือ

.

ข้อดีของการทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ในครัวเรือน

1. ช่วยเพิ่มสารอาหารให้ดิน ทำให้พืชเติบโตแข็งแรง

2. ปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดีขึ้น

3. เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อพืชและสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ปุ๋ยเคมี

4. ช่วยลดและข่วยกำจัดปริมาณขยะอินทรีย์ในครัวเรือนได้

การทำปุ๋ยหมักไม่ยากอย่างที่คิดและทุกคนสามารถเริ่มต้นทำได้จากเศษขยะในบ้านของตัวเอง หากเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ ภายในอีกไม่กี่เดือนก็จะได้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพช่วยบำรุงพืชผักให้อุดมสมบูรณ์พร้อมกับช่วยกำจัดเศษขยะภายในบ้านได้อีกด้วยครับ

อัลบั้มภาพ

ข้อมูลเชิงลึกโครงการ

โครงการหลัก

โครงการการพัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน

กิจกรรมย่อยทั้งหมดในโครงการ

1. กิจกรรมประชุม ประชาคมและวิเคราะห์ ปัญหา (SWOT) การพัฒนา กิจกรรมด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
2. กิจกรรม การพัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน ด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ (แยกขยะ, การทำบัญชีครัวเรือน, การทำถังหมักปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหาร)กิจกรรมปัจจุบัน
3. กิจกรรม การถอดบทเรียนหมู่บ้านยั่งยืน

กิจกรรมที่ดำเนินงาน

2. กิจกรรม การพัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน ด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ (แยกขยะ, การทำบัญชีครัวเรือน, การทำถังหมักปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหาร)

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

50คน

เป้าหมายความยั่งยืน

ความคืบหน้างาน

100%

แท็ก

กิจกรรมรายงาน