กลับไปหน้ารายการบทความ
สรุปผลการดำเนินงาน โครงการการสร้างเสริมสุขภาวะดิจิทัล รู้เท่าทันสื่อและลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
กิจกรรม

สรุปผลการดำเนินงาน โครงการการสร้างเสริมสุขภาวะดิจิทัล รู้เท่าทันสื่อและลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
29 มิถุนายน 2569
4 ครั้ง

1. หลักการและเหตุผล ผลสำรวจของ Thailand Internet User ในปี 2022 พบว่า คนไทยมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตถึงร้อยละ 77.8 หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยใช้อินเทอร์เน็ต ...

1. หลักการและเหตุผล

ผลสำรวจของ Thailand Internet User ในปี 2022 พบว่า คนไทยมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตถึงร้อยละ 77.8 หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยใช้อินเทอร์เน็ต 9.06 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งค่าเฉลี่ยของการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ใช้งานทั่วโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวัง หากผู้ใช้งานไม่มีความรู้หรือใช้งานไม่ถูกวิธี อาจนำมาซึ่งภัยคุกคามที่แฝงมากับการใช้งานอินเทอร์เน็ตในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

โดยมิจฉาชีพ (Scammer) จะทำการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น อีเมล เฟซบุ๊ก หรือสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงให้เหมาะสมกับเป้าหมายที่ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น การหลอกลวงทางโทรศัพท์ (Call Center) การหลอกให้เกิดความโลภ (Hybrid Scam) การหลอกให้เกิดความรัก (Romance Scam) เป็นต้น

สุขภาวะด้านดิจิทัล คือ การสร้างสมดุลในการใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์สูงสุด

ในชีวิตประจำวัน ป้องกันผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพกายและใจ เช่น การหลอกลวง ความเครียด การเสพติด อาการปวดเมื่อย และส่งเสริมการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ ทั้งการทำงาน การเรียนรู้

การทำธุรกิจ และการสื่อสาร โดยช่วยให้เราเป็นพลเมืองดิจิทัลที่รู้เท่าทัน ปลอดภัย และสามารถสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ผ่านโลกออนไลน์ได้ สุขภาวะดิจิทัลแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ สุขภาวะดิจิทัลระดับที่ต้องพัฒนา สุขภาวะดิจิทัลระดับพื้นฐาน และสุขภาวะดิจิทัลระดับสูง จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในการทำดัชนีวัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจากคนไทยในทุกช่วงวัยจากทั่วประเทศจำนวน 21,862 คน ผลการศึกษาพบว่า ภาพรวมของคนไทยมีสุขภาวะดิจิทัลระดับที่ต้องพัฒนาถึง 42.58% รองลงมาเป็นสุขภาวะดิจิทัลระดับพื้นฐาน 33.51% และสุดท้ายสุขภาวะดิจิทัลระดับสูง 22.45% จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้ดิจิทัลให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น

โดยสรุปแล้ว สุขภาวะดิจิทัล คือ การดูแลสุขภาพโดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด การใช้เทคโนโลยีที่ดีขึ้นสามารถช่วยผู้ให้บริการปรับปรุงระบบการดูแลสุขภาพเพื่อประชาชน ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้น ด้วยการควบคุมที่ดีขึ้น เข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพที่สำคัญได้ดีขึ้น

ทั้งการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยกับแพทย์ ผู้รักษา ใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Telehealth

ต่างเป็นความก้าวหน้าในการเชื่อมโยงประชาชนให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ขอบเขตกว้าง ๆ ของสุขภาพดิจิทัลรวมถึงนวัตกรรมต่าง ๆ เช่น สุขภาพเคลื่อนที่ (mHealth) เทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพ (IT) อุปกรณ์สวมใส่ Telehealth–Telemedicine และการดูแลทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยรายบุคคล เป็นต้น (WHO 2019, FDA 2020) ด้วยเหตุนี้ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จึงจัดให้มีโครงการ “การสร้างเสริมสุขภาวะดิจิทัล รู้เท่าทันสื่อ

และลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสินค้า OTOP ในหมู่บ้านเป้าหมาย ได้เรียนรู้การรักษาสมดุลและจัดการเวลาใช้งาน การรู้เท่าทันดิจิทัล และเครื่องมือดิจิทัลในการปรับปรุงสุขภาวะ และการดูแลสุขภาวะผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน สร้างสมดุล และรู้จักจัดการเวลาหน้าจอ เพื่อรักษาสุขภาพกาย ใจ และสังคม ให้เกิดสุขภาวะด้านดิจิทัลที่ดีในชุมชน

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อให้ประชาชนเข้าใจอันตรายและผลกระทบด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตจากการใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อดิจิทัล

2.2 เพื่อให้ประชาชนเข้าใจโรคที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้งานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในยุคดิจิทัล

2.3 เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบบุคคลรอบข้าง พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นเมื่อมีอาการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

2.4 เพื่อให้ประชาชนเข้าใจแนวทางป้องกันและลดผลกระทบเมื่อต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

2.5 เพื่อให้ประชาชนเข้าใจแนวทางป้องกันและการจัดการข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

2.6 เพื่อให้ประชาชนเข้าใจแนวทางป้องกันและเข้าใจสิทธิทางดิจิทัล

2.7 เพื่อให้ประชาชนเข้าใจอาการทางจิตของตนเองและคนใกล้ตัว อันเกิดจากการใช้อินเทอร์เน็ตและออนไลน์

2.8 เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกัน ลดผลกระทบ หรือรักษาเบื้องต้นเมื่อเกิดอาการได้

2.9 เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับตนเองได้

3. ผลที่ได้รับ

3.1 ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาวะดิจิทัล (Digital Well-being) และสามารถตระหนักถึงผลกระทบจากการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

3.2 ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อและดิจิทัล (Digital Literacy) เข้าใจสิทธิทางดิจิทัล และสามารถ ป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้

3.3 ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกใช้เครื่องมือและแอปพลิเคชันดิจิทัลในการดูแลสุขภาวะของตนเองได้อย่างเหมาะสม

3.4 ชุมชนมีการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการ พัฒนาท้องถิ่นได้

ปัญหาและอุปสรรค

การติดต่อประสานงานกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีหลายหน่วยงาน ต้องใช้เวลาในการเตรียมงานเพิ่มมากขึ้น

แผนการดำเนินงานต่อไป

วางแผนการประสานงานล่วงหน้า กำหนดผู้ประสานงานหลักของแต่ละหน่วยงาน พร้อมจัดทำแผนและกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน รวมทั้งใช้ช่องทางการสื่อสารออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตามและยืนยันข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลเชิงลึกโครงการ

โครงการหลัก

โครงการการสร้างเสริมสุขภาวะดิจิทัล รู้เท่าทัน สื่อและลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เพื่อการ พัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน

กิจกรรมที่ดำเนินงาน

กิจกรรมที่ 3 เครื่องมือดิจิทัลในการปรับปรุงสุขภาวะ และการดูแลสุขภาวะผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

48คน

เป้าหมายความยั่งยืน

ความคืบหน้างาน

100%

แท็ก

กิจกรรมรายงาน