กลับไปหน้ารายการบทความ
การพัฒนาทักษะ Fa&Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
กิจกรรม

การพัฒนาทักษะ Fa&Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

สำนักงานอธิการบดี
12 กรกฎาคม 2569
33 ครั้ง

ผลการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้ เป็นกิจ...

ผลการจัดกิจกรรม

การจัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมหลักภายใต้โครงการการเสริมสร้างทักษะและความสามารถที่จำเป็นในการใช้ชีวิตในสังคมให้กับคนในชุมชนท้องถิ่น ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม กำหนดวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ไว้ 2 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อเสริมสร้างกระบวนการ Coach & Fa ให้แก่อาจารย์ที่ปรึกษาวิศวกรสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้อง และ 2) เพื่อสร้างความเข้าใจและฝึกทักษะการใช้เครื่องมือวิศวกรสังคม ทั้ง 5 เครื่องมือ “ฟ้าประทาน” “นาฬิกาชีวิต” “Timeline พัฒนาการ” “Timeline กระบวนการ” และ “M.I.C.Model” สำหรับ Train the Trainer กลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือ บุคลากร คณาจารย์และผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จำนวน 40 คน ปรากฏผลการจัดกิจกรรม ดังนี้

1. การเสริมสร้างกระบวนการ Coach & Fa ให้แก่อาจารย์ที่ปรึกษาวิศวกรสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้อง

1.1 การปรับเปลี่ยน Mindset เพื่อการเรียนรู้สู่การเป็น Coach & Fa อย่างสร้างสรรค์

คำว่า Mindset คือ กรอบแนวคิด ทัศนคติ หรือ ชุดของความเชื่อ หรือวิธีคิดที่ความฝังลึกจนเป็นตัวกำหนดพฤติกรรม มุมมอง และทัศนคติของบุคคลที่มีต่อเรื่องราวและสิ่งต่าง ๆ การปรับเปลี่ยน Mindset เพื่อได้ใจทุกฝ่ายและ เกิดผลสำเร็จร่วมกัน Carol Dweck นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ผู้คิดค้นทฤษฎีเกี่ยวกับ Mindset แบ่งประเภทของ Mindset เป็น 2 แบบ ได้แก่ 1) Growth Mindset (กรอบความคิดแบบเติบโต) เชื่อว่าความฉลาดและความสามารถสร้างได้ด้วยการเรียนรู้ ให้ความสำคัญกับความพยายาม ชอบปัญหาและความท้าทาย มองว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา และ 2) Fixed Mindset (กรอบความคิดแบบยึดติด) เชื่อว่าความฉลาด ทักษะ ความสามารถ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ คุณสมบัติ เช่น ต้องดูฉลาด ดูเก่ง มักหลีกเลี่ยงงานที่ท้าทายหรือปัญหายาก ๆ กลัวว่าทำไม่ได้แล้วจะดูโง่

ทั้งนี้เพื่อทำให้ Mindset ได้ใจทุกฝ่ายและเกิดผลสำเร็จร่วมกัน ต้องทำความเข้าใจและปรับเปลี่ยน Mindset ดังนี้

“Outward Mindset” เป็นวิธีการคิดที่สำคัญต่อการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นแบบสันติสุข ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน เป็น mindset ที่ช่วยให้ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นราบรื่นขึ้น เพราะฉะนั้นแนวคิดสำคัญของ Outward Mindset เริ่มจากการใส่ใจความรู้สึกของคนอื่น ไม่ใช่แค่กับตัวเอง

Inward Mindset vs. Outward Mindset

- Inward Mindset เวลาทำงานมักจะเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ไม่เปิดรับความคิดเห็นของผู้อื่น มองหาข้อผิดพลาดของผู้อื่น และกล่าวโทษผู้อื่น เปรียบเสมือนการกดผู้อื่นให้ต่ำลงเพื่อยกตัวเองให้สูงขึ้น

- Outward Mindset มองโลกในแง่บวก เห็นความสุขอยู่รอบตัวเอง และมองเห็นคนอื่นอยู่เสมอ ด้วยความคิดที่ว่าคนอื่นก็มีความสำคัญ เท่าเทียบกันทุกคน จึงพร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือและพร้อมจะ ดึงคนรอบข้างไปสู่ความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน

กลวิธีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยหลัก 3C

บทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษากับการเป็น Coach & Fa ให้กับนักศึกษา

กระบวนการพัฒนา Soft skills ให้กับนักศึกษา โดยการจัดการเรียนรู้ข้ามศาสตร์แบบลงมือปฏิบัติจริง (Multidisciplinary Active Learning) ที่ใช้การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเป็นฐาน (Social Lab Based) ผ่านการ Coaching ของคณาจารย์ต่างคณะต่างสาขาและปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อให้นักศึกษาต่างคณะต่างสาขาร่วมดำเนินกิจกรรมแก้โจทย์ปัญหาเชิงพื้นที่ ด้วยตัวนักษาเองตลอดกระบวนการ โดยมุ่งเป้าที่การสร้างนักศึกษาให้กลายเป็นบัณฑิตนักคิด นักสื่อสาร นักประสาน และนักสร้างนวัตกรรม

การโค้ช (โค้ชชิ่ง) เป็นกระบวนการทำให้ผู้ได้รับการโค้ชหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง สามารถเลือกวิธีแก้ปัญหา จะได้ทางแก้ที่ดีที่สุดสำหรับเขา สามารถตัดสินใจเอง เขาจะรับผิดชอบกับการตัดสินใจ โค้ชจะเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยให้โค้ชชี่หาคำตอบด้วยตนเอง ด้วยกระบวนการต่าง ๆ ได้แก่

1. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้เขาสบายใจที่จะสื่อสารเรื่องต่าง ๆ ออกมาอย่างเต็มที่

2. การสร้างอารมณ์บวกของโค้ชชี่ ปรับอารมณ์ลบให้เป็นอารมณ์บวก เพื่อให้พร้อมที่จะคิดพิจารณาคำตอบต่าง ๆ เช่น AAR

3. การตั้งคำถาม ที่ช่วยให้โค้ชชี่หาคำตอบด้วยตนเอง

4. การส่งพลังบวก การให้กำลังใจ เพื่อให้เขาต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองได้เร็ว

เสริมสร้างความเข้าใจตนเองและเข้าใจผู้อื่น

ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาล้วนต้องทราบกันดีว่า นักศึกษาแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลิกนิสัย ความชื่นชอบ ความคิด ทัศนคติ ความไวต่อการเรียนรู้ หรือแม้แต่ วิธีการเรียนรู้ที่พวกเขาถนัดก็ล้วนแตกต่างกัน นักศึกษาบางคนอาจจะต้องทำให้เห็นเนื้อหาเป็นภาพ ถึงจะเข้าใจมากที่สุด บางคนอาจจะต้องฟังหรือพูดถึงจะเข้าใจมากที่สุด บางคนอาจจะต้องเขียนบันทึกหรืออ่านถึงจะเข้าใจมากที่สุดและนักศึกษาบางคนอาจจะต้องลงมือทำด้วยตัวเองถึงจะเข้าใจ มากที่สุด

ซึ่งหากอาจารย์สามารถวางแผนและปรับกระบวนการเรียนรู้ให้เข้ากับวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันนี้ให้กับนักศึกษาได้อย่างเหมาะสม จะทำให้การเรียนรู้ของนักศึกษามีประสิทธิภาพ นักศึกษามีความเข้าใจและเรียนรู้ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

V = Visual เรียนรู้ด้วยการสัมผัสหรือมองเห็น

คนประเภทนี้ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดหากใช้รูปภาพในการอธิบายเนื้อหา รูปภาพในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปหรือคลิปวีดีโอ แต่เป็นการนำเสนอข้อมูลให้เป็นรูป อย่างเช่น กราฟ ตาราง และ แผนภาพ โดยคุณครูสามารถใช้วิธีการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบกราฟฟิคเพื่อตอบสนองกับนักศึกษาประเภท Visual นี้ได้

A = Auditory เรียนรู้ด้วยการฟังเป็นส่วนใหญ่

คนประเภทที่สองนี้ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดหากได้ฟังหรือพูดเนื้อหานั้น ๆ พวกเขาจะชื่นชอบและได้ประโยชน์ ในการเรียนรู้รูปแบบการพูดสอน การอภิปรายกลุ่ม และ อื่น ๆ ที่ใช้วิธีการพูดสื่อสารเป็นอย่างมาก คุณครูสามารถตอบสนองต่อนักศึกษาที่เรียนรู้แบบ Auditory นี้ได้โดยการอัดคลิปเสียงหรือคลิปวีดีโอแล้วนำไปโพสต์ลงกลุ่ม หรือ ออกแบบการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ออกมาพูดนำเสนอหน้าชั้นเรียน

R = Read/Write เรียนรู้ด้วยการคิดวิเคราะห์ถึงเห็นผล

คนประเภทนี้ จะชื่นชอบกระบวนการเรียนรู้ที่นำเสนอข้อมูลเป็นข้อความให้พวกเขาได้อ่าน แล้วให้พวกเขา ได้เขียนสรุปออกมาเป็นข้อความ วิธีที่คุณครูสามารถนำไปปรับใช้กับนักศึกษาประเภทนี้ได้ คือ ให้นักศึกษาเขียนอธิบายหรือสรุปเนื้อหาในคาบนั้น ๆ เพื่อให้พวกเขาได้นำกลับไปอ่านทบทวนด้วยตัวเอง

K = Kinesthetic เรียนรู้ด้วยความรู้สึกหรือบรรยากาศ

คนประเภทสุดท้ายนี้จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดหากได้ลงมือทำด้วยตนเอง ผ่านประสบการณ์โดยตรงของตนเอง โดยคุณครูสามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ให้นักรียนได้ลงมือทำหรือทดลอง และเรียนรู้ด้วยตัวเอง หากคุณครูสามารถปรับรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับวิธีการเรียนรู้ของนักศึกษาแต่ละคนได้ จะทำให้ห้องเรียนของคุณครูเป็นห้องเรียนที่ดีที่สุดต่อการเรียนรู้ และการพัฒนาของนักศึกษาอย่างแน่นอน

นอกจากนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้การเข้าใจตนเองและผู้อื่นมากขึ้น จึงได้ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกการวิเคราะห์บุคคล ผ่าน DISC โดยมีรายละเอียดบุคลิกภาพของคนแต่ละประเภท ดังนี้

บุคลิกภาพของคนประเภท D (Direct) หรือคนมุ่งมั่น

จุดแข็ง

• มั่นใจในตนเอง

• เน้นผลลัพธ์

• ชอบการแข่งขัน

• ชอบชัยชนะ

• ชอบความท้าทาย

• กล้าเสี่ยง

• ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

• เป็นตัวของตัวเอง จุดที่พัฒนาได้

• ไม่อดทน

• ขี้รำคาญ

• ดื้อรั้น

• ก้าวร้าว

• ช่างตำหนิ

• ไม่สนใจความรู้สึก

• ไม่ค่อยฟัง

บุคลิกภาพของคนประเภท I (Influence) หรือคนร่าเริง

จุดแข็ง

• พูดเก่ง

• โน้มน้าวเก่ง

• ผูกมิตรกับคนอื่นได้ง่าย

• ชอบเข้าสังคม

• คล่องแคล่ว

• มีพลัง

• ร่าเริง

• มองโลกในแง่บวก จุดที่พัฒนาได้

• อยู่ไม่เป็นสุข

• พูดมาก

• พูดเกินความจริง

• ไม่ค่อยเป็นระเบียบ

• เบื่อง่าย

• ทำตามอารมณ์มากกว่าเหตุผล

• ต้องการเป็นจุดสนใจ

บุคลิกภาพของคนประเภท S (Steady) หรือคนสบายๆ

จุดแข็ง

• รับฟัง

• สนับสนุนผู้อื่น

• เข้าอกเข้าใจผู้อื่น

• ชอบช่วยเหลือ

• ใจเย็น

• เป็นมิตร

• มีความจงรักภักดี จุดที่พัฒนาได้

• ไม่ชอบความเสี่ยง

• ไม่ต้องการเป็นผู้นำ

• ไม่ต้องการขัดใจใคร

• ยอมคนมากเกินไป

• ไม่อยากเผชิญหน้า

• ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

บุคลิกภาพของคนประเภท C (Cautious) หรือคนช่างวิเคราะห์

จุดแข็ง

• มีความเป็นระเบียบ

• ช่างคิดช่างวิเคราะห์

• ละเอียดลออ

• มีความรับผิดชอบ

• รอบคอบ

• ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์

• มีความชัดเจน มีมาตรฐานสูง จุดที่พัฒนาได้

• ตัดสินใจช้า

• ดูเคร่งเครียดและวิตกกังวล

• ดูเย็นชา เข้าถึงยาก

• ไม่ยืดหยุ่น

• ตรงเกินไป

• ไม่ชอบแบ่งปันความรู้สึก

สรุปผลการจัดกิจกรรมเพื่อบรรลุตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 การเสริมสร้างกระบวนการ Coach & Fa ให้แก่อาจารย์ที่ปรึกษาวิศวกรสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้อง พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรส่วนใหญ่มีมุมมองและเข้าใจการเป็น Coach & Fa ที่ปรึกษาวิศวกรสังคมมากขึ้นด้วยการนำกลุ่มให้เกิดการตัดสินใจ หรือการลงมือทำและการให้นักศึกษาได้ตระหนักรู้จากข้อมูลที่มีอยู่ในตนเอง

วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 เพื่อสร้างความเข้าใจและฝึกทักษะการใช้เครื่องมือวิศวกรสังคม ทั้ง 5 เครื่องมือ “ฟ้าประทาน” “นาฬิกาชีวิต” “Timeline พัฒนาการ” “Timeline กระบวนการ” และ “M.I.C.Model” สำหรับ Train the Trainer

ฟ้าประทาน

ฟ้าประธานเป็นเครื่องมือที่มุ่งสร้างทักษะวิธีคิดและทำความเข้าใจความหลากหลายของสังคม มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมเข้าใจว่าปรากฎการณ์ในโลกใบนี้เต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายเกิดขึ้น ในบริบทของการทำความเข้าใจปรากฎการณ์ที่แตกต่างกันไปตามชุดประสบการณ์ สภาพแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม อันเป็นส่วนกำหนดการตีความ การให้เหตุผลที่แตกต่างกันของปัจเจกแต่ละบุคคล การเห็นต่างจึงไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิด หากแต่เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจด้วย เหตุ - ผล เพื่อเคารพความแตกต่างและแสวงหาจุดร่วมในการพัฒนาสังคมต่อไป

วัตถุประสงค์ของเครื่องมือ

1) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถแยกแยะข้อเท็จจริง (Fact) ออกจากอารมณ์และความรู้สึก (Feeling) ได้

2) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมยอมรับความเห็นต่างและสามารถหาจุดร่วมเพื่อการพัฒนาได้

3) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความช่างสังเกตและสืบสอบหาข้อมูลได้

นาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิตเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทำความเข้าใจจังหวะการดำเนินชีวิต รูปแบบการกระทำ และเหตุผลของการกระทำของผู้คน เป็นวิธีการเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ว่าในแต่ละช่วงวัน แต่ละเดือน แต่ละปี ผู้คนในชุมชนมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตต่าง ๆ อย่างไรบ้าง

วัตถุประสงค์ของเครื่องมือ

1) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถตั้งคำถามอย่างสงสัยใคร่รู้ (5W 1H)

2) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมเข้าใจและเคารพวิถีชีวิตของเพื่อนร่วมงานและคนในชุมชน

3) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถเลือกเวลาและประเด็นการมีส่วนร่วมได้อย่างเหมาะสม (Put the right man to the right job)

ไทม์ไลน์ (Timeline) พัฒนาการ

ไทม์ไลน์ (Timeline) พัฒนาการเป็นเครื่องมือเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เฉพาะเรื่อง เฉพาะประเด็น ในอันที่จะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในประเด็นเฉพาะที่สนใจ เพื่อทราบที่มาที่ไป เงื่อนไขของการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาของประเด็นเฉพาะที่สนใจ ทำให้ทราบถึงทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่กำกับอยู่ เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของประเด็นเฉพาะที่สนใจนั้น ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์กระบวนการพัฒนา เพื่อต่อยอดได้ในอนาคต วัตถุประสงค์ของเครื่องมือ 1) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมรู้จักคุณค่าของอดีต เข้าใจปัจจุบัน เพื่อวางแผนอนาคต

ไทม์ไลน์ (Timeline) กระบวนการ

ไทม์ไลน์ (Timeline) กระบวนการ เป็นเครื่องมือเพื่อศึกษาขั้นตอนและกระบวนการของสินค้า/บริการที่ สนใจ ตั้งแต่ต้นจบจน และใช้เพื่อตัดสนใจเลือกกระบวนการมาพัฒนา รวมถึงการวางแผนการพัฒนาให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

วัตถุประสงค์ของเครื่องมือ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมรู้จักทุกขั้นตอนของสินค้า/บริการอย่างถ่องแท้เพื่อเลือกพัฒนาตามศักยภาพอย่างตรงเป้าหมาย

M.I.C. Model

M.I.C. มาจาก

M : Modify การสลับหรือยุบรวมกระบวนการด้วยองค์ความรู้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

I : Improve การยกระดับกระบวนการใดกระบวนการหนึ่งด้วยองค์ความรู้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

C : Create การสร้างกระบวนการเพิ่มเติมด้วยองค์ความรู้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

นอกจากนี้ คณะผู้จัดทำได้วัดทัศนคติและความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีต่อการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการการเสริมสร้างทักษะและความสามารถที่จำเป็นในการใช้ชีวิตในสังคม ให้กับคนในชุมชนท้องถิ่น ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมระยองรีสอร์ท อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมตอบแบบวัดทัศนคติและความพึงพอใจ ทั้งสิ้น 40 คน ปรากฏผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้

เกณฑ์การแปลผลค่าคะแนนเฉลี่ยทัศนคติ

ค่าคะแนนเฉลี่ยมีเกณฑ์ดังนี้

คะแนนค่าเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง เห็นด้วยน้อยที่สุด

คะแนนค่าเฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึง เห็นด้วยน้อย

คะแนนค่าเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึง เห็นด้วยปานกลาง

คะแนนค่าเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายถึง เห็นด้วยมาก

คะแนนค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง เห็นด้วยมากที่สุด

ตารางที่ 1 แสดงค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ทัศนคติที่มีต่อการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ที่ ทัศนคติ

S.D. ความหมาย

1 กิจกรรมนี้ทำให้ท่านเข้าใจการพัฒนา Soft skills ให้แก่นักศึกษา ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม 4.80 0.40 เห็นด้วยมากที่สุด

2 กิจกรรมนี้ทำให้ได้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับกระบวนการวิศวกรสังคม 4.92 0.27 เห็นด้วยมากที่สุด

3 กิจกรรมนี้ทำให้ท่านได้เกิดแรงบันดาลใจ/สร้างพลังบวกในการพัฒนานักศึกษา 4.84 0.37 เห็นด้วยมากที่สุด

4 กิจกรรมนี้ทำให้ท่านได้เครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนานักศึกษา 4.72 0.45 เห็นด้วยมากที่สุด

5 กิจกรรมนี้ทำให้ท่านได้รับการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching 4.74 0.44 เห็นด้วยมากที่สุด

6 กิจกรรมนี้ทำให้ท่านได้เรียนรู้เครื่องมือวิศวกรสังคม 4.84 0.37 เห็นด้วยมากที่สุด

7 กิจกรรมนี้ทำให้ท่านรักและภูมิใจในความเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ 4.88 0.33 เห็นด้วยมากที่สุด

8 กิจกรรมนี้ทำให้ท่านเข้าใจผู้อื่น และสามารถทำงานร่วมกันได้ 4.82 0.39 เห็นด้วยมากที่สุด

9 กิจกรรมนี้ทำให้ท่านมีความเข้าใจตนเอง 4.84 0.37 เห็นด้วยมากที่สุด

10 กิจกรรมนี้ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม 4.96 0.20 เห็นด้วยมากที่สุด

รวม 4.84 0.37 เห็นด้วยมากที่สุด

จากตารางที่ 1 พบว่า โดยรวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมแสดงทัศนคติที่มีต่อการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุด ( = 4.84 ; S.D. = 0.37) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแสดงทัศนคติที่มีต่อการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุดทุกข้อ โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ดังนี้ กิจกรรมนี้ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ( = 4.96 ; S.D. = 0.20) กิจกรรมนี้ทำให้ได้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับกระบวนการวิศวกรสังคม ( = 4.92 ; S.D. = 0.27) กิจกรรมนี้ทำให้ท่านรักและภูมิใจในความเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ( = 4.88 ; S.D. = 0.33) กิจกรรมนี้ทำให้ท่านได้เกิดแรงบันดาลใจ/สร้างพลังบวกในการพัฒนานักศึกษา, กิจกรรมนี้ทำให้ท่านได้เรียนรู้เครื่องมือวิศวกรสังคม และกิจกรรมนี้ทำให้ท่านมีความเข้าใจตนเอง ( = 4.84 ; S.D. = 0.37) กิจกรรมนี้ทำให้ท่านเข้าใจผู้อื่น และสามารถทำงานร่วมกันได้ ( = 4.82 ; S.D. = 0.39) กิจกรรมนี้ทำให้ท่านเข้าใจการพัฒนา Soft skills ให้แก่นักศึกษาด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ( = 4.80 ; S.D. = 0.40) กิจกรรมนี้ทำให้ท่านได้รับการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching ( = 4.74 ; S.D. = 0.44) และกิจกรรมนี้ทำให้ท่านได้เครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนานักศึกษา ( = 4.72 ; S.D. = 0.45) ตามลำดับ

เกณฑ์การแปลผลค่าคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจ

ค่าคะแนนเฉลี่ยมีเกณฑ์ดังนี้

คะแนนค่าเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง พึงพอใจน้อยที่สุด

คะแนนค่าเฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึง พึงพอใจน้อย

คะแนนค่าเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง

คะแนนค่าเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายถึง พึงพอใจมาก

คะแนนค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง พึงพอใจมากที่สุด

ตารางที่ 2 แสดงค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ที่ ความพึงพอใจ

S.D. ความหมาย

1 การจัดกิจกรรมโดยรวม 4.94 0.24 พึงพอใจมากที่สุด

2 ที่พัก/ห้องพัก 4.96 0.20 พึงพอใจมากที่สุด

3 อาหารเช้า 4.90 0.30 พึงพอใจมากที่สุด

4 อาหารกลางวัน 4.80 0.45 พึงพอใจมากที่สุด

5 อาหารเย็น 4.88 0.33 พึงพอใจมากที่สุด

6 อาหารว่างและเครื่องดื่ม 4.70 0.51 พึงพอใจมากที่สุด

7 สถานที่รับประทานอาหาร/ห้องอาหาร 4.94 0.24 พึงพอใจมากที่สุด

8 สถานที่จัดกิจกรรม/ห้องประชุม 4.92 0.27 พึงพอใจมากที่สุด

9 รูปแบบการจัดกิจกรรม 4.96 0.20 พึงพอใจมากที่สุด

10 เนื้อหาการจัดกิจกรรม 4.94 0.24 พึงพอใจมากที่สุด

11 เวลาการดำเนินกิจกรรม 4.90 0.30 พึงพอใจมากที่สุด

12 ทีมงาน/ผู้ประสานงาน (กองพัฒนานักศึกษา) 4.96 0.20 พึงพอใจมากที่สุด

13 ทีมวิทยากร 4.98 0.14 พึงพอใจมากที่สุด

14 การเดินทาง/รถบัส 4.74 0.49 พึงพอใจมากที่สุด

15 บรรยากาศโดยรวม 4.90 0.30 พึงพอใจมากที่สุด

รวม 4.89 0.32 พึงพอใจมากที่สุด

จากตารางที่ 2 พบว่า โดยรวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมแสดงความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ( = 4.89 ; S.D. = 0.32) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแสดงความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุดทุกข้อ โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ดังนี้ ทีมวิทยากร ( = 4.98 ; S.D. = 0.14) ที่พัก/ห้องพัก, รูปแบบการจัดกิจกรรม และทีมงาน/ผู้ประสานงาน (กองพัฒนานักศึกษา) ( = 4.96 ; S.D. = 0.20) การจัดกิจกรรมโดยรวม, สถานที่รับประทานอาหาร/ห้องอาหาร และเนื้อหาการจัดกิจกรรม ( = 4.94 ; S.D. = 0.24) สถานที่จัดกิจกรรม/ห้องประชุม ( = 4.92 ; S.D. = 0.27) อาหารเช้า, เวลาการดำเนินกิจกรรม และบรรยากาศโดยรวม ( = 4.90 ; S.D. = 0.30) อาหารเย็น ( = 4.88 ; S.D. = 0.33) อาหารกลางวัน ( = 4.80 ; S.D. = 0.45) การเดินทาง/รถบัส ( = 4.74 ; S.D. = 0.49) และอาหารว่างและเครื่องดื่ม ( = 4.70 ; S.D. = 0.51) ตามลำดับ

ปัญหาและอุปสรรค

สถานที่จัดฝึกอบรมค่อนข้างไกล ทำให้เสียเวลาการเดินทาง

แผนการดำเนินงานต่อไป

เลือกสถานที่จัดฝึกอบรมที่เหมาะสม ภายใต้เงื่อนไขทำให้ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมเข้าร่วมกิจกรรมครบตามวันและเวลาที่กำหนด

อัลบั้มภาพ

ข้อมูลเชิงลึกโครงการ

โครงการหลัก

โครงการการเสริมสร้างทักษะและความสามารถที่จำเป็นในการใช้ชีวิตในสังคมให้กับคนในชุมชนท้องถิ่นด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม

กิจกรรมย่อยทั้งหมดในโครงการ

กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกิจกรรมปัจจุบัน
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนา Soft Skills แก่นักสึกษา ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม
กิจกรรมนำเสนอ Pitching Project idea สำหรับนักวิศวกรสังคม
กิจกรรมเสริมสร้างทักษะและความสามารถที่จำเป็นในการใช้ชีวิตในสังคมให้กับคนในชุมชนท้องถิ่นด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม
กิจกรรมนำเสนอและประกวดผลงานวิศวกรสังคม

กิจกรรมที่ดำเนินงาน

กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาทักษะ Fa & Coaching สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

40คน

เป้าหมายความยั่งยืน

ความคืบหน้างาน

100%

แท็ก

กิจกรรมรายงาน