กลับไปหน้ารายการบทความ
รายงานผลการดำเนินงานรวบรวม ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรมตำบลสลักไดแบบมีส่วนร่วม
กิจกรรม

รายงานผลการดำเนินงานรวบรวม ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรมตำบลสลักไดแบบมีส่วนร่วม

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม
11 พฤษภาคม 2569
5 ครั้ง

ผลการดำเนินการกิจกรรม การดำเนินการวันที่ 24 เมษายน 2569 ผลการดำเนินการกิจกรรมที่ 1 รวบรวม ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรมตำบลสลักไดแบบมีส...

ผลการดำเนินการกิจกรรม

การดำเนินการวันที่ 24 เมษายน 2569

ผลการดำเนินการกิจกรรมที่ 1 รวบรวม ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรมตำบลสลักไดแบบมีส่วนร่วม กิจกรรมย่อยที่ 1.1 กิจกรรมเชิงปฏิบัติการสร้างความพร้อมและความรู้ความเข้าใจเชิงพื้นที่ ณ ห้องประชุมบ้านสลักได ตำบลสลักได อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้ข้อมูลดังนี้

ชื่อทุนวัฒนธรรม ภาษาถิ่น ผู้ให้ข้อมูล ที่อยู่ พิกัด (X) พิกัด (L) ข้อมูลทุนวัฒนธรรม

1. ศาลพระพุทธรูป เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85619 103.5325 ศาลพระพุทธรูปบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน เป็นศาลที่ชาวบ้านให้ความเควรพนับถือ เชื่อกันว่าสามารถปกป้องคุมครองหมู่บ้านจากสิ่งชั่วร้ายและสิ่งไม่ดี อีกทังยังเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาและเป็นจุดยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชน

2. ป้ายทางเข้าหมู่บ้าน เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85647 103.5313 ป้ายทางเข้าหมู่บ้าน คือ หน้าตาและจิตวิญญาณของชุมชน ที่เปลี่ยนจากป้ายบอกทางให้กลายเป็นทุนทางสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงอตีตเข้ากับปัจจุบัน อดีตเคยเป็นทางเกวียนที่มีลักษณะร่องน้ำตื่นให้เป็นเส้นทางเข้าหมู่บ้านและมีต้นไผ่พื้นบ้านคลุมเป็นอุโมงค์ให้คนได้สัญจรเดินทางเข้า ความเป็นธรรมชาติสร้างอุโมงค์ไม้ไผ่เส้นทางยาวกว่า 500 เมตร ในช่วงเย็นจะทำให้บรรยากาศน่าเกรงกลัวและเป็นอัตลักษณ์เฉพาะที่หาดูได้ยาก ซึ่งปัจจุบันได้หายไปและคงไว้เพียงซุ้มประตูทางเข้าที่พัฒนาเป็นทางลาดยางไปตามยุคสมัย

3. โอเลี้ยงสุโก้ย ภาษาไทย,เขมรสุรินทร์ นายสิงห์ทอง หอมขจร อายุ 69 ปี 195 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85597 103.5332 ความเป็นมาเจ้าของร้านตั้งครรภ์มีอาการอยากดื่มโอเลี้ยง ชอบดื่มโอเลี้ยง จึงทำขายมาเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ขยายกิจการเป็นลักษณะเฟรนไซทั้งภายในจังหวัดและนอกจังหวัด คำว่า สุโก้ย มาจากชื่อลูกของเข้าของกิจการ แปลว่า สุดยอด

4. บ้านโบราณทิศใต้ เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85579 103.5333 บ้านโบราณทิศใต้ เป็นบ้านที่อยู่อาศัยของคนในชุมชนสลักไดตั้งแต่สมัยโบราณไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยที่เก่าแก่ แต่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาและพื้นที่ทางอารมณ์ ที่สามารถเปลี่ยนความเก่าให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยังยืน บ้านไม้โบราณหลังนี้เป็นเรือนไทยพื้นถิ่นแบบยกใต้ถุนสูง สร้างด้วยไม้เป็นวัสดุหลัก สะท้อนภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศและวิถีชีวิตเกษตรกรรมของชุมชนในอดีต โครงสร้างที่โปร่งโล่งช่วยระบายอากาศและป้องกันความชื้นจากพื้นดิน ใต้ถุนบ้านใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ขณะที่ระเบียงด้านหน้าทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะของครอบครัวและชุมชน นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงอัตลักษณ์และความทรงจำร่วมของท้องถิ่นได้อย่างเด่นชัด

5. ยุ้งข้าวโบราณ เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85674 103.534 เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างมาเพื่อเก็บข้าวเปลือกในฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อเก็บไว้กิน และนำเก็บไว้ไปเป็นเมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูกในปีต่อไป รูปแบบตัวเรือน ตัวยุ้งเป็นทรงสี่เหลียม หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า สร้างมาจากไม้ทั้งหลัง ประตูทำจากไม้เป็นขั้น ๆ มีช่องระบายอากาศเล็ก ๆ ช่วยลดความชื้น ป้องกันข้าวขึ้นรา บันไดมักแยกจากตัวยุ้งหรือสามารถเก็บได้ เอกลักษณ์ท้องถิ่นสุรินทร์ บางยุ้งมีลวดลายแกะสลักเรียบง่าย มักตั้งอยู่ใกล้บ้านหรือกลางทุ่งนา เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงของครอบครัว ยุ้งข้าวโบราณหลังนี้เป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บรักษาข้าวเปลือกและผลผลิตทางการเกษตรของครัวเรือน สร้างด้วยไม้เป็นวัสดุหลัก มีประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่และหลังคาทรงจั่วที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของท้องถิ่น สะท้อนภูมิปัญญาด้านการจัดการอาหาร การพึ่งพาตนเอง และความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างวิถีชีวิตเกษตรกรรมกับวัฒนธรรมข้าวของชุมชนไทยในอดีต นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์ สังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น

6. ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.8566 103.5343 ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน คือหัวใจของการปกครองเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อช่วงว่างระหว่างรัฐกับประชาชน โดยใช้ความสัมพันธ์เชิงเครือญาติเป็นฐานในการขับเคลื่อนชุมชน

แปลงผักกุยช่าย เขมรสุรินทร์ นางสาวภัทรวาวดี ทิพย์อุทัย อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85801 103.5342 แปลงผักในมิติของทุนวัฒนธรรม คือ พื้นที่สั่งสมภูมิปัญญาที่มากกว่าแค่การเพาะปลูกแต่เป็นร่องรอยของวิถีชีวิตที่ถ่ายทอดผ่านเทคนิคการปรุงดินการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์พื้นถิ่น และการจัดการระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

7. ศาลปู่ตาหนองระหาร เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85888 103.5337 เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ใช้ประกอบพิธีกรรมและขอพรตามความเชื่อดั้งเดิม สะท้อนความศรัทธาและความผูกพันของคนในชุมชน

ศาลาธารน้ำใจ เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85879 103.5337 ศาลาธารน้ำใจเป็นศาลาที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้น บริเวณหนองละหารเพื่อประกอบศาสนาพิธีและกิจกรรมของชุมชน สะท้อนความสามัคคีจิตอาสาและความศรัทธาของคนในชุมชน

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสลักได เขมรสุรินทร์ นางสาวธิดารีตน์ งามทรัพย์ 134/3 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.8584 103.5339 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสลักใด คือ พื้นที่สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนตั้งแต่วัยเยาว์ โดยใช้ความรักและภูมิปัญญาดั้งเดิมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็ก เป็นจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่คนสู่รุ่นถัดไป

หนองจตูก เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85868 103.5336 หนองจตูกเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญของชุมชน ใช้ในการทำการเกษตร ในอดีตชื่อ “จตูก” สะท้อนลักษณะหรือความเชื่อของคนในพื้นที่ ลักษณะเป็นหนองน้ำทอดยาวไปสุดสายตา เป็นหนองน้ำโบราณที่อยู่เคียงคู่บ้านสลักไดมาจนถึงปัจจุบัน

8. เส้นเชื่อมคูดินคันน้ำแยกหนองระหาร เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85944 103.534 บริเวณสามแยกหนองระหาร บ้านสลักได จังหวัดสุรินทร์ ที่มีแต่สามแยกเป็นเพราะลักษณะ ตั้งถิ่นฐานของชุมชนเดิมถนนมักตัดตามแนวหมู่บ้าน และพื้นที่เกษตรไม่ได้วางผังเป็นตารางแบบเมืองใหญ่ ทำให้เส้นทางมาบรรจบกันเพียงสามทาง นอกจากนี้ยังหลีกเลี่ยงการตัดผ่านที่นาบ้านเรือนหรือแหล่งน้ำ จึงเกิดเป็นสามแยกมากกว่าสี่แยกซึ่งสะท้อนวิธีชีวิตและการใช้พื้นที่ของชุมชนบทอย่างเรียบง่ายและสอดคล้องกับธรรมชาติ

9. ต้นสลักได เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85524 103.5355 ต้นสลักได เป็นพืชท้องถิ่นที่มีมีความสำคัญต่อชุมชน เป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน “สลักได” บ้านสลักได มีต้นสลักไดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกขานพื้นที่ตามลักษณะเด่น จนกลายมาเป็นชื่อหมู่บ้าน ในปัจจุบัน

10. ศาลตากรึ (ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน) เขมรสุรินทร์ นายบัญชา ไชยเหี้ยม อายุ 49 ปี 22/5 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.8543 103.5354 ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน ศาลศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน ชาวบ้านเชื่อว่าท่านคอยปกปักรักษาหมู่บ้าน ให้ดำรงอยู่อย่างสงบสุขและมีความสุข ศาลแห่งนี้มีตั้งแต่โบราณและมีการบูรณะให้คงอยู่จนถึงปัจจุบัน

11. วัดร้าง (ในหมู่บ้านโคกขวาว(เมืองลับแล)) เขมรสุรินทร์ นายบัญชา ไชยเหี้ยม อายุ 49 ปี 22/5 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.8552 103.5309 เมืองลับแลหรือวัดลับแล สะท้อนทุนวัฒนธรรมด้านความเชื่อและเรื่องเล่าพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาเป็นเรื่องราวเชิงตำนานที่เชื่อมโยงกับความลี้ลับความศักดิ์สิทธิ์ และการดำรงตนอย่างมีศีลธรรมของคนในชุมชน ความเชื่อนี้ไม่เพียงเป็นนิทานพื้นบ้านแต่ยังเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างความเคารพต่อธรรมชาติและสิ่งเหนือธรรมชาติอีกทั้งยังสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ช่วยหล่อหลอมวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นให้คงอยู่

12. หนองระหาร เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85922 103.534 หนองระหารเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน ใช้ในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร สะท้อนวิถีชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติ เป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนใช้ประโยชน์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

13. ตลาดชุมชนสลักได เขมรสุรินทร์ นายบัญชา ไชยเหี้ยม อายุ 49 ปี 22/5 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.8543 103.5354 ตลาดชุมชนสลักได เป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ชุมชนของคนในท้องถิ่น โดยมีการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมารังสรรค์เป็นสินค้า เช่น อาหารพื้นบ้าน ผักสด งานหัตถกรรม และของใช้ในชีวิตประจำวันเหล่านี้รวมสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน

14. เรือมอันเร (รำกระทบสาก) เขมรสุรินทร์ นายบัญชา ไชยเหี้ยม อายุ 49 ปี 22/5 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85432 103.5344 เป็นการรำพื้นบ้านของชาวไทยเชื้อสายเขมรในสุรินทร์ ท่ารำอ่อนช้อย แต่มีจังหวะสนุก ผู้แสดงมักเป็นทั้งชายและหญิง รำเป็นกลุ่มใช้ในงานบุญ งานประเพณี งานรื่นเริงในชุมชน ดนตรีประกอบมักใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น กลอง ฉิ่ง ฉาบ แคน หรือปี่พื้นเมือง การแต่งกายผู้หญิงแต่งกายผ้าซิ่น ผ้าไหมพื้นบ้าน ผู้ชายแต่งกายโสร่งหรือผ้าพื้นเมือง อุปกรณ์ดัดแปลงมาจากสากทำขนมจีน อุปกรณ์แการแสดง ไม้สากไม้คานรอง อย่างละคู่ 1

15. พิธีโบล (การเสี่ยงทาย) เขมรสุรินทร์, ภาษไทย นายบัญชา ไชยเหี้ยม อายุ 49 ปี 22/5 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85432 103.5344 โบลเป็นการเสี่ยงทาย การหาของหาย การแก้ของของคุณไสย การแก้สิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งผู้เป็นหมอครูหรือผู้ให้ข้อมูลท่านจะมีครูประจำตัวที่ทำให้รู้ จะเข้าทรงรู้สึกและทราบถึงเหตุนั้นนั้น การโบล อุปกรณ์ประกอบด้วย ข้าวสาร 1 ถ้วย หมาก 1 ผล เงิน 20 บาท

16. พิธีกรรมเป่ารักษาโรคด้วยมนต์คาถา เขมรสุรินทร์,ภาษไทย นายบัญชา ไชยเหี้ยม อายุ 49 ปี 22/5 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85432 103.5344 เป่ารักษาโรคเป็นการใช้คาถาในการเป่าลมลงไป มีความเชื่อว่าจะหายจากโรค เช่น โรคงูสวัด ผู้ให้ข้อมูลเล่าว่า สืบทอดมาจากยายทวดยายสอนให้ ซึ่งสำหรับการสืบทอดนั้นครูผู้ชายจะต้องสืบทอดให้กับผู้หญิง และครูผู้หญิงจะต้องสืบทอดให้กับผู้ชาย เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะมีความขลังมากขึ้น ตอนมารักษาจะต้องเตรียมค่าครู 30 บาท ขันธ์ 5 เมื่อหายจะต้องมายกครู ส่วนค่ารักษาแล้วแต่ตามจิตศรัทธา

17. ก๋วยเตี๋ยวเตาฟืน เขมรสุรินทร์, ภาษไทย นางสมเจียน วาหะมงคล อายุ 63 ปี 93/3 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.8563 103.5338 คุณแม่ใช้เตาฟืนใช้ฟืนตั้งแต่แรกและติดใจเพราะฟืนทำให้ก๋วยเตี๋ยวหอม เป็นเอกลักษณ์จึงใช้เตาฟืนและฟืนมาจนถึงปัจจุบัน บรรยากาศร้านยังให้กลิ่นอายความโบราณ มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจให้คนรุ่นหลังได้มารับชิมความดั้งเดิมของก๋วยเตี๋ยวเตาฟืน ป้าเจียนได้ฝึกให้ลูกหลานได้ลองฝึกทำเพื่อจะได้สืบทอดก๋วยเตี๋ยว เตาฟืนสืบต่อไป

18. น้ำประปาหนองระหาร เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85801 103.5346 น้ำประปาหมู่บ้าน เป็นตัวอย่างของทุนวัฒนธรรมด้านการจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชนที่เกิดจากความร่วมมือของชาวบ้านในการดูแล และแบ่งปันน้ำเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและการเกษตร สะท้อนภูมิปัญญาในการพึ่งพาธรรมชาติและการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ น้ำประปาชุมชนจึงไม่เพียงแต่ตอบสนอง ความจำเป็นพื้นฐานแต่ยังถึงความสามัคคีและพัฒนาที่ยั่งยืน

19. ศาลาหมู่บ้านคุ้มเหนือ เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85686 103.5355 ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนพบปะพูดคุย และจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประชุม งานบุญหรือกิจกรรมสาธารณะศาลาแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางของชุมชน ที่เชื่อมโยงผู้คนให้เกิดความสัมพันธ์อันดี และช่วยสืบสานวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่

20. ต้นหางนกยูงฝรั่ง เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85686 103.5355 ต้นหางนกยูงฝรั่งในฐานะทุนวัฒนธรรม คือ จุดหมายแห่งความทรงจำและสีสันของฤดูกาล แม้เป็นไม้ต่างถิ่นแต่สามารถล้อมรวมเข้ากับวิถีชีวิตไทย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงผ่านกาลเวลาโดยเฉพาะในนิติการศึกษาและการอำลาช่วงปิดภาคเรียน

21. บ้านโบราณคุ้มกลาง เขมรสุรินทร์ นางโสภา พิศวง อายุ 84 ปี 238 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.8569 103.5342 บ้านโบราณในชุมชนบ้านสลักได เป็นตัวแทนของทุนวัฒนธรรม ที่สะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่ายของคนอีสานใต้ ตัวบ้านยกใต้ถุนสูงสร้างด้วยไม้ และเปิดพื้นที่ใต้บ้านใช้ประโยชน์หลากหลาย แสดงถึงภูมิปัญญา ที่สอดคล้องกับสภาพอากาศและการดำรงชีวิต นอกจากนี้บริเวณรอบบ้านที่ปลูกพืชพื้นบ้าน เช่น กล้วย ยังสะท้อนความพึ่งพาธรรมชาติและความพอเพียง บ้านลักษณะนี้จึงไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัยแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป

22. ลานกิจกรรม เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85448 103.5357 ลานกิจกรรมใช้เป็นศูนย์กลางในการจัดงานประเพณี การละเล่นพื้นบ้านและการรวมตัวของคนในชุมชน เช่น งานบุญต่าง ๆ และกิจกรรมตามฮีตสิบสอง ลานแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ว่าง แต่เป็นพื้นที่ แห่งความสัมพันธ์ ความสามัคคี และการสืบสานวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงคนในชุมชนให้คงอยู่ร่วมกันอย่างเข้มแข็ง

23. กองทุนหมู่บ้าน เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85438 103.5357 กองทุนหมู่บ้าน ถือว่าเป็นทุนวัฒนธรรมด้านการพึ่งพาและช่วยเหลือกันของคนในท้องถิ่น เกิดจากความร่วมมือของชาวบ้านในการบริหารจัดการเงินเพื่อใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ทางด้านอาชีพเกษตรกรและ การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ กองทุนหมู่บ้านจึงไม่เพียงเป็นแหล่งเงินทุนแต่ยังสะท้อนค่านิยมความสามัคคี ความไว้เนื้อเชื่อใจและการดูแลกันของคนในชุมชน

24. ศาลาประชาคม เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85451 103.5357 ศาลาประชาคมของชุมชนบ้านสลักได เป็นพื้นที่สำคัญที่สะท้อนทุนวัฒนธรรมด้านการมีส่วนร่วม ของคนในชุมชนใช้เป็นสถานที่ประชุมปรึกษาหารือและจัดกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นงานประเพณี งานบุญหรือการพัฒนาหมู่บ้าน ศาลาแห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางของความสามัคคีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการสืบสานวิถีชีวิตชุมชนให้คงอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง

25. โรงเรียนบ้านสลักได เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.8525 103.5351 โรงเรียนคือ สถานที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งตัวบุคคลและสังคม มันไม่ใช่แค่สถานที่เรียนหนังสือเพื่อสอบให้ผ่านไปวัน ๆ แต่เป็นรากฐานของชีวิต เป็นประตูสู่โอกาส และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เจริญงอกงาม การให้ความสำคัญกับโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการสร้างอนาคตของชาติอย่างยั่งยืน

26. วัดสลักได เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85306 103.5367 วัดไม่ใช่แค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีชีวิต ชุมชนและหน่วยงานร่วมกันบริหารจัดการอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่สูญเสียคุณค่าดั้งเดิมทางศาสนา วัดกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสืบสานอัตลักษณ์ของท้องถิ่นให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

27. พระพุทธรูปโบราณวัดบ้านสลักได เขมรสุรินทร์ นายอวิรุทธิ์ ไทยงาม 88 หมู่ 1 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 14.85306 103.5367 พระพุทธรูปโบราณวัดบ้านสลักได เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ชุมชนโบราณบ้านสลักได ซ้ายบน คือพระพุทธหล่อสำริดปรางค์มารวิชัยสมาธิราบ ปรากฏจารึกฐานพระระบุปีที่สร้าง พ.ศ. 2373 อยู่ที่กุฎิเจ้าอาวาส ขาวบน เงินลาดหรือเงินเรือที่ใช้อยู่ชุมชน แอมมินิเย่ร์ บันทึกวว่า 10 = 1 สลึง เงินสยาม ล่าง ประตูทางเข้าวัดระบุปี 2373 สันนิฐานว่ามาจากฐานพระพุทธรูป พระพุทธรูปโบราณวัดสลักไดเป็นโบราณวัตถุที่มีความสำคัญต่อชุมชนบ้านสลักได ซึ่งเป็นชุมชนโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเคยเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองปทายสมันต์ (สุรินทร์โบราณ) ภายในพื้นที่มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีหลายประเภท ทั้งเศษภาชนะดินเผา โบราณวัตถุ และพระพุทธรูปสำริด สะท้อนถึงการตั้งถิ่นฐานและความเจริญทางวัฒนธรรมในอดีต

กิจกรรมย่อยที่ 1.2 รวบรวม ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรมตำบลสลักไดแบบมีส่วนร่วม : ดนตรีพื้นบ้าน เครื่องดนตรีพื้นบ้านและอุปกรณ์การแสดง

ดำเนินงานระหว่างวันที่ 10-11, 28-29 พฤษภาคม 2569

สรุปผลการดำเนินการกิจกรรมที่ 1 รวบรวม ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรมตำบลสลักไดแบบมีส่วนร่วม กิจกรรมย่อยที่ 1.2 รวบรวม ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรมตำบลสลักไดแบบมีส่วนร่วม : ดนตรีพื้นบ้าน เครื่องดนตรีพื้นบ้านและอุปกรณ์การแสดง ดำเนินการระหว่างวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมบ้านตะวัน ตำบลสลักได อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ และ ระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านสลักได ตำบลสลักได อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้ข้อมูลดังนี้

1. องค์ความรู้ด้านฐานรากทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage Knowledge)

กิจกรรมนี้ทำให้เห็นภาพรวมของ "ทุนทางวัฒนธรรม" ในตำบลสลักไดที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และการตั้งถิ่นฐาน โดยแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้:

• สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น: เช่น เรือนไทยพื้นถิ่นและยุ้งข้าวโบราณ ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาการจัดการที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับสภาพอากาศและการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในอดีต

• โบราณวัตถุและประวัติศาสตร์ชุมชน: การพบเศษภาชนะดินเผาและพระพุทธรูปสำริด บ่งบอกถึงการเป็นพื้นที่ที่มีอารยธรรมและความเจริญมาอย่างยาวนาน

• วัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage): การใช้ภาษาเขมรสุรินทร์เป็นสื่อกลางในการสื่อสารและถ่ายทอดวิถีชีวิต รวมถึงการใช้ "ระบบเครือญาติ" เป็นฐานในการจัดการปกครองและการอยู่ร่วมกันในชุมชน

2. องค์ความรู้ด้านกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม (Participatory Approach)

โครงการนี้ใช้กระบวนการที่ไม่ได้เป็นการ "ดึง" ข้อมูลมาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างความร่วมมือ:

• การลงพื้นที่เชิงปฏิบัติการ: การจัดกิจกรรมในระดับหมู่บ้าน (ศาลาประชาคมและโรงเรียน) ช่วยให้คนในพื้นที่เกิดความตระหนักและภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง

• การจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ: การบันทึกและรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเก็บข้อมูลเข้าคลัง แต่เป็นการสร้างฐานข้อมูลที่ใช้ต่อยอดเพื่อการท่องเที่ยวชุมชนหรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคต

3. องค์ความรู้ด้านการต่อยอดเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Development)

องค์ความรู้จากกิจกรรมนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อได้ ดังนี้:

• นวัตกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต: การนำภูมิปัญญาเดิม (เช่น อาหารพื้นถิ่น หรือเครื่องดนตรี) มาสร้างเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้ชุมชน

• การศึกษาเชิงประวัติศาสตร์: ข้อมูลที่รวบรวมได้ทำหน้าที่เป็น "ตำราที่มีชีวิต" ให้คนรุ่นใหม่ในตำบลสลักไดได้เรียนรู้รากเหง้าของตนเองผ่านสถานที่จริงและบุคคลจริงในพื้นที่

สรุปภาพรวม: กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมสำรวจ แต่เป็นการ "รื้อฟื้นคุณค่า" (Revitalization) ให้แก่สิ่งที่อาจถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา โดยอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความยั่งยืนให้กับพื้นที่ตำบลสลักได

แผนการดำเนินงานต่อไป

1. ยกระดับองค์ความรู้ที่สืบค้นพบนำไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทางสังคมให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานของพื้นที่ เช่น ชุมชน โรงเรียน หน่วยงานปกครองท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่น ๆที่มีความประสงค์ต้องการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

2. พัฒนาศักยภาพประชาชน เยาวชนในพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชนต่อไป

3. เชื่อมโยงหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เพื่อยกระดับกิจกรรมของชุมชนต่อไป

อัลบั้มภาพ

ข้อมูลเชิงลึกโครงการ

โครงการหลัก

โครงการพัฒนานวัตกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต ด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อความยั่งยืนเชิงพื้นที่องค์การบริหารส่วน ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

กิจกรรมที่ดำเนินงาน

กิจกรรม : รวบรวม ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรมตำบลสลักไดแบบมีส่วนร่วม

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

40คน

เป้าหมายความยั่งยืน

ความคืบหน้างาน

100%

แท็ก

กิจกรรมรายงาน