โครงการถอดบทเรียนและเสวนานวัตกรรมพร้อมใช้เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชน เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่คณาจารย์ และนักศึกษาได้พัฒนาขึ้น ไปใช้แก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในจังหวัดสุรินทร์ โดยเป็นการบูรณาการพันธกิจ 4 ด้านของมหาวิทยาลัย (การสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม) เข้ากับการทำงานในพื้นที่จริง เน้นการยกระดับนวัตกรรมที่พัฒนาโดยคณาจารย์และนักศึกษา เพื่อนำไปใช้แก้ไขปัญหาของชุมชนใน 6 พื้นที่ จำนวน 8 กิจกรรมของจังหวัดสุรินทร์อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมการลงพื้นที่ถอดบทเรียนนวัตกรรมพร้อมใช้ และ กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมการจัดเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความร่วมมือ เพื่อการนำองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนในจังหวัดสุรินทร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเกษตร และการส่งเสริมผู้ประกอบการ ควบคู่ไปกับการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืนในทุกมิติ
นวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากโครงการที่ได้ลงพื้นที่ถอดบทเรียนฯ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) และ นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) ดังนี้
- นวัตกรรมผลิตภัณฑ์:
1.1 ด้านการเกษตร:
– อุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถแบบนั่งขับ: พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยในการเกษตรแบบครบวงจรในชุดเดียว เพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกข้าวหอมมะลิและพืชไร่
1.2 ด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน:
– ผลิตภัณฑ์สมุนไพร: พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายจากสมุนไพรในท้องถิ่น เช่น ลูกประคบสมุนไพร ยาหม่อง น้ำมันไพล และสเปรย์ฟ้าทะลายยุง
– ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป: เช่น ปลาร้าบองสมุนไพร
- นวัตกรรมกระบวนการ:
2.1 ด้านการตลาด: แพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์: สร้างช่องทางการตลาดดิจิทัลผ่าน Facebook, Lazada และ Shopee เพื่อจำหน่ายสินค้าชุมชน
2.2 ด้านการจัดการ: ศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจต้นแบบ: ยกระดับวิสาหกิจชุมชนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและการจัดการ เช่น ศูนย์การเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผา
ผลการดำเนินโครงการ (Outputs) จัดกิจกรรม 2 กิจกรรมหลัก คือ 1) การลงพื้นที่ถอดบทเรียนนวัตกรรมพร้อมใช้ใน 6 ชุมชน (8 โครงการ) และ 2) การจัดเวทีเสวนา “นวัตกรรมพร้อมใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาชุมชน” เพื่อนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เกิดผลผลิตที่เป็นรูปธรรม เช่น ผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ, แพลตฟอร์มออนไลน์, ศูนย์การเรียนรู้, คู่มือ และผลงานวิจัย บูรณาการกับการเรียนการสอน: นักศึกษา 63 คน จาก 8 สาขาวิชา ได้เข้าร่วมโครงการผ่านการเรียนรู้ใน 10 รายวิชา สร้างนวัตกร พัฒนานักศึกษา 3 คน ให้เป็น “วิศวกรสังคม” เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ชุมชน
ผลลัพธ์ (Outcomes) ด้านเศรษฐกิจ ชุมชนมีผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม มีช่องทางการตลาดออนไลน์ และเกิดรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ด้านสังคม ครัวเรือนยากจน 48 ครัวเรือนได้รับการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิต เกิดความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น 6 แห่ง และสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงตามความต้องการของชุมชน ด้านการศึกษา มหาวิทยาลัยได้ข้อมูลและตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น และนักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
โครงการนี้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาท้องถิ่น เป้าประสงค์ เพื่อยกระดับคุณค่าและมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG
1A: รายได้ท้องถิ่นจากการยกระดับและแปรรูปสินค้าชุมชนสู่มาตรฐานสากล เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปีฐานด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์1B: งานวิจัย นวัตกรรม องค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นจริง 5 เรื่องหรือชิ้นงาน/ปี
1C: ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชุมชน เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 ราย ภายใน 5 ปี
1D: หมู่บ้านราชภัฏต้นแบบ ที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value-added) จากนวัตกรรม อย่างน้อยจำนวน 50 แห่ง ในระยะเวลา 5 ปี
ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ดังนี้
B: เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy) คือ การนำทรัพยากรชีวภาพ หรือสิ่งมีชีวิตในท้องถิ่น มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การแปรรูปสมุนไพร: นำสมุนไพรที่มีในชุมชนมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น ลูกประคบ, ยาหม่องสมุนไพร, และสเปรย์ฟ้าทะลายยุง และด้านการเกษตรและอาหาร คือ พัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร เช่น อุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าวหอมมะลิ และการแปรรูปอาหาร เช่น ปลาร้าบองสมุนไพร
C: เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular-Economy) คือ การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด โดยเน้นการหมุนเวียนวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณของเสีย การจัดการทรัพยากรดิน โดยพัฒนา ศูนย์การเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรดินในท้องถิ่นมาใช้อย่างรู้คุณค่าและสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และด้านการใช้วัสดุในท้องถิ่น คือนำวัตถุดิบต่างๆ ที่มีในชุมชนมาสร้างมูลค่าเพิ่ม แทนที่จะปล่อยทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์
G: เศรษฐกิจสีเขียว (Green-Economy) คือ การมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด หรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรควบคู่ไปกับการส่งเสริมกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการนี้ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและตอบโจทย์เป้าหมาย ในเรื่อง ขจัดความยากจน (No Poverty) ได้อย่างชัดเจนในหลายมิติ ดังนี้ การเชื่อมโยงโครงการสู่เป้าหมาย “ขจัดความยากจน” (SDG 1)โครงการได้เข้าไปแก้ไขปัญหาความยากจนที่ต้นเหตุ โดยการสร้างโอกาสและเครื่องมือให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือแบบครั้งคราว ซึ่งนำไปสู่การขจัดความยากจนอย่างยั่งยืนผ่านกลไกต่างๆ
การสร้างรายได้และอาชีพเสริม ได้ช่วยพัฒนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่หลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร, ปลาร้าบอง, และเครื่องปั้นดินเผา ทำให้ชาวบ้านมีสินค้าที่สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้โดยตรง การสร้าง แพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์ (Facebook, Lazada, Shopee) เป็นการเปิดช่องทางให้ชุมชนสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ส่งผลให้มียอดขายและรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การลดต้นทุนการผลิต นวัตกรรมด้านการเกษตร เช่น อุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถ ทำให้มีกำไรสุทธิเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการหลุดพ้นจากความยากจน การสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ไม่ได้ให้เพียงผลิตภัณฑ์ แต่ยัง สร้างองค์ความรู้และทักษะ ใหม่ๆ เช่น การบริหารจัดการกลุ่ม, และการใช้เทคโนโลยี ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านมีอาชีพที่มั่นคงและสามารถต่อยอดได้ในระยะยาว การยกระดับสู่ ศูนย์การเรียนรู้ และการสร้าง นวัตกรชุมชน ทำให้เกิดการพัฒนาที่ไม่สิ้นสุด ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและแก้ปัญหาได้ในอนาคต ในเรื่องการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยตรง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของครัวเรือนยากจนจำนวน 48 ครัวเรือน ในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับจุลภาคที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
โดยสรุป โครงการนี้ได้สร้าง ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ให้กับชุมชน ช่วยให้พวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้น มีรายจ่ายลดลง และมีทักษะอาชีพที่มั่นคง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหัวใจสำคัญของการ ขจัดความยากจน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
